หนังออนไลน์

หนังออนไลน์ รีวิว Hard Candy เมื่อผู้ล่ากลายเป็นเหยื่อ

ภาพยนตร์ หนังออนไลน์ เรื่อง Hard Candy หรือในชื่อไทยเรียกว่ากับดักลวงเลือด เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนวระทึกขวัญเชิงจิตวิทยาที่เข้าฉายในปี 2005 โดยผู้กำกับเดวิด สเลด (David Slade) และได้ไบรอัน เนลสัน (Brian Nelson) มาเป็นผู้เขียนบทเรื่องนี้ เรื่องนี้ถือเป็นผลงานกำกับหนังเรื่องแรกของเดวิดเลยด้วย จากที่เขาเคยเป็นผู้กำกับมิวสิควิดีโอมาก่อน นอกจากนี้ยังได้เอลเลน เพจ (Ellen Page) และแพททริก วิลสัน (Patrick Wilson) มารับบทเป็นนักแสดงนำอีกด้วย เป็นเรื่องราวของเด็กสาวอายุ 14ปีที่ถูกชายหนุ่มล่อลวงพามาที่บ้าน ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายครั้งแรกในงานเทศกาลหนัง Sundance Film Festival และยังได้ฉายอีกครั้งในปี 2006 เดือนเมษายนในเทศกาลหนังฟลอริด้าอีกด้วย เนื่องจากมีการจำกัดการเข้าฉายหนังเรื่องนี้ที่มีฉายเพียงแค่ 2 โรงในอเมริกาจึงทำรายได้ไปทั้งหมด 6 ล้านดอลลาร์ ถือว่าสร้างรายได้ไปได้มากพอสมควรถ้าเทียบกับทุนที่ใช้ในการสร้างเพียงแค่ 1 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

Hard Candy ได้รับรางวัล 3 รางวัลด้วยกันในปี 2005 ในงาน Sitges Film Festival ได้รับรางวัลอีก 4 รางวัลในงาน Malaga Film Festival และยังได้รับรางวัลรางวัลภาพยนตร์ที่น่าจับตามองแห่งปีในปี 2006 ในงานประกาศผลรางวัลจากสมาคมวิจารณ์ภาพยนตร์ฟีนิกซ์อีกด้วย นอกจากนี้ เอลเลน เพจ ยังได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก Austin Film Critics Association Awards ในปี 2006 

เนื่องจากว่าหนังเรื่องนี้จะออกไปทางจิตวิทยามากกว่าระทึกขวัญ ภายในเรื่องจะมีตัวละครหลัก ๆ อยู่เพียงแค่สองคนเท่านั้นและมีการเชือดเฉือนด้วยคำพูดทางจิตวิทยาในเชิงหลอกล่ออย่างมีนัยยะสำคัญ เราจะมีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญด้วย หากใครยังไม่ได้ดู ก็แนะนำให้ไปดูก่อนแล้วค่อยมาอ่านหรือสามารถข้ามเนื้อหาตรงนี้ไปเลยก็ได้

หนังออนไลน์

เรื่องราวของ Hard Candy

เฮย์ลี่ สตาร์ค เด็กสาววัย 14 ปีและอดีตช่างภาพเก่า เจฟ โคห์เวอร์ อายุ 32 ปี ทั้งสองคนได้มีการแชทออนไลน์พูดคุยในเชิงชู้สาวมาได้สักระยะหนึ่ง ทั้งสองก็ได้ติดสินใจนัดเจอกันที่ร้านกาแฟ เจฟได้ชวนเฮย์ลี่ไปที่บ้านของเขา แน่นอนว่าเฮย์ลี่ก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด เมื่อไปถึงก็พบว่าบ้านของเจฟเป็นสตูดิโอถ่ายภาพ เฮย์ลี่ได้ทำเครื่องดื่มค็อกเทลให้เจฟดื่มและขอให้เจฟถ่ายรูปให้เธอ แต่ก่อนที่เจฟจะได้ตอบอะไรกลับไป เขาก็หมดสติไป เมื่อเจฟตื่นขึ้นมาก็พบว่าเขาถูกมัดไว้กับเก้าอี้ เฮย์ลี่ได้อธิบายให้เขาฟังว่าเธอรู้ประวัติของเจฟเป็นอย่างดีจึงได้แอบวางยาใส่ลงในเครื่องดื่มเพราะว่าเจฟเป็นพวกหื่นกาม นักข่มขืนและฆาตกรฆ่าคน เจฟปฎิเสธข้อกล่าวหาที่เฮย์ลี่ว่ามาทั้งหมดและบอกว่าเขาไม่ได้ทำอะไรไม่ดี กับเฮย์ลี่เขาก็มีเจตนาดี ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น แต่เฮย์ลี่ไม่สนใจคำแก้ตัวของเจฟ เธอเริ่มค้นบ้านเจฟและเจอปืนกับตู้เซฟตู้หนึ่ง ในตู้เซฟตู้นั้นเธอพบกับภาพถ่ายมากมาย รวมไปถึงรูปภาพของดอนน่า มัวร์ หญิงสาวที่ถูกลักพาตัวและยังหาตัวไม่เจอจนถึงทุกวันนี้ เจฟบอกว่าเขาไม่รู้เรื่องและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของดอนน่า

เจฟอาศัยจังหวะที่เฮย์ลี่กำลังสับสน เขาเอื้อมตัวไปหยิบปืนและเข้าโจมตีเฮย์ลี่โดยทันที แต่เธอหลบไป เฮย์ลี่จึงใช้แผ่นพลาสติกใสรัดเข้าที่ใบหน้าของเจฟเพื่อให้หมดสติอีกครั้ง คราวนี้เมื่อเจฟตื่นขึ้นมา เขาพบว่าตนกำลังนอนอยู่บนเตียง ดูหนัง แผ่นเหล็กพร้อมกับมัดมือมัดเท้าและมีถุงน้ำแข็งโปะอยู่ที่หว่างขาของเขา เฮย์ลี่บอกว่าเธอกำลังทำให้ตรงนั้นของเขารู้สึกชาก่อนที่จะตัดมันทิ้ง เจฟตกใจมาก ทั้งพูดจาข่มขู่ ขอร้องว่าจะให้เงินเธอและใช้วาจาหวาน ๆ เพื่อห้ามไม่ให้เธอทำสิ่งนั้น แต่ก็ไม่ได้ผล เจฟจึงพยายามทำตัวน่าสงสารโดยการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตนในวัยเด็กว่าถูกทารุณกรรมท่ามกลางเสียงกรรไกรและเสียงมีดเฉือนเนื้อ แต่เจฟกลับไม่รู้สึกเจ็บเพราะชาจากน้ำแข็ง หลังจากนั้นเฮย์ลี่จึงขอตัวไปอาบน้ำ เจฟพยายามหาทางหนีจนได้ แต่เขากลับรู้สึกโกรธแค้นเด็กสาวมาก จึงคิดจะเอาคืน เขาไปหาเธอที่ห้องน้ำแต่ก็ไม่เจอตัว ตามคาด เฮย์ลี่บุกเข้ามาจากด้านหลังเจฟและช็อตเขาด้วยปืนไฟฟ้า

หลังจากการต่อสู้ที่ยาวนานระหว่างเด็กสาวกับชายหนุ่ม เฮย์ลี่ก็ได้ขอให้เจฟทำอะไรบางอย่างให้กับเธอ ส่วนเจฟก็ได้สารภาพความจริงบางอย่างเกี่ยวกับตัวเขา เฮย์ลี่จะเชื่อในสิ่งที่เขาพูดหรือไม่ ใครจะเป็นฝ่ายชนะต้องไปลุ้นในตอนท้ายของเรื่อง

รีวิวหลังจากดู Hard Candy จบ

เป็นหนังที่มีการดำเนินเรื่องที่เรียบง่ายและซับซ้อนไปพร้อม ๆ กัน หนังดำเนินไปเป็นเส้นตรง แต่ความซับซ้อนของหนังเรื่องนี้คือคำพูดที่ทำให้เราเกิดความสับสน ไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดีและใครกันแน่ที่เป็นผู้ล่าตัวจริงกันแน่ ในตอนแรกของหนังเราจะรู้สึกสงสารและเอาใจช่วยอีกฝ่ายมากกว่า เพราะเราไม่รู้ที่มาที่ไปถึงแรงจูงใจของผู้ล่าที่เข้ามา แต่หลังจากนั้นสิ่งต่าง ๆ จะเริ่มเปิดเผยออกมาเอง กลายเป็นเอาใจช่วยอีกฝ่ายแทน 

นอกจากนี้หนังยังสอดแทรกสัญลักษณ์เอาไว้ให้เราขบคิดอีกด้วย ทุกคนคงรู้จักนิทานปรัมปราของหนูน้อยหมวกแดงกันมาบ้าง ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหนูน้อยหมวกแดงที่เดินทางไปหาคุณยายของเธอที่กระท่อมกลางป่า แต่กลับพบว่าคุณยายของเธอโดนหมาป่ากินและปลอมตัวเป็นคุณยายเพื่อล่อลวงหนูน้อยหมวกแดงนั่นเอง ในภาพยนตร์แสดงให้เห็นถึงสัญลักษณ์ของผู้ล่าและเหยื่อโดยใช้การอ้างอิงถึงนิทานเรื่องนี้นั่นเอง ในเรื่องจะเห็นว่าเฮย์ลี่สวมเสื้อฮู้ดสีแดงในลักษณะเดียวกับหนูน้อยหมวกแดงและแน่นอนว่าเจฟคือหมาป่าผู้ล่า แต่เรื่องเล่าของหนูน้อยหมวกแดงก็มีอีกเวอร์ชั่นที่กล่าวว่าคนที่เป็นผู้ล่าจริง ๆ ไม่ใช่หมาป่า แต่เป็นหนูน้อยหมวกแดง

อีก หนัง ฉากหนึ่งที่น่าประทับใจคือการผ่าตัดในตำนาน เชื่อว่าผู้ชายหลายคนที่ดูฉากนี้จะรู้สึกเสียววาบที่หว่างขาอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจะในหนังจะไม่ได้เปิดเผยให้เห็นความสยดสยองจริง ๆ และใช้เพียงแค่มุมกล้องกับเสียงเท่านั้น แต่กลับทำให้เรารู้สึกเสียวและลุ้นมากทีเดียว ฉากนี้ยังเป็นการหลอกคนดูอีกฉากหนึ่งที่ทำให้เราใจหายได้เหมือนกัน

คำวิจารณ์อื่น ๆ 

ในเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ได้ให้คะแนนรีวิวทั้งหมด 6.4 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน เสียงส่วนใหญ่กล่าวว่าเป็นหนังที่มีบทและเนื้อเรื่องที่ปูมาอย่างดี ยิ่งได้การแสดงที่ยิ่งใหญ่ของเอลเลน เพจ ได้ทำให้หนังเรื่องนี้ติดอยู่ในใจไปอีกนาน นอกจากนี้ยังได้คะแนนจากเว็บไซต์ Matacritic ไปทั้งหมด 58 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ถือว่าเป็นคะแนนกลาง ๆ ไม่ดีเกินหรือว่าแย่เกินไป

แคโรลีน เวสบรูคจากสำนักพิมพ์ Empire Magazine กล่าวถึงหนังเรื่องนี้ว่าเป็นหนังที่มีความระทึกขวัญเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนเดวิด เอ็ดเวิร์ดจากสำนักพิมพ์ Daily Mirror ชื่นชมหนังเรื่องนี้ว่าเป็นหนังที่ฉลาด ท้าทายและมีความน่ากลัวจากคนแปลกหน้าทางอินเทอร์เน็ต

ภาพยนตร์เรื่อง Hard Candy ถือว่าเป็นหนังที่ได้รับการตอบรับไปในทางที่ค่อนทางดี แต่ถึงจะบอกว่าเป็นหนังแนวระทึกขวัญเชิงจิตวิทยา แต่ตัวหนังจริง ๆ นั้นไม่ได้มีความระทึกขวัญเลย เพราะหนังจะเน้นไปที่การพูดคุยระหว่างตัวละครสองตัวมากกว่า ส่วนคะแนนในเว็บไซต์ที่ได้ให้คะแนนกลาง ๆ อาจเป็นเพราะว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังสำหรับเฉพาะกลุ่ม ถ้าคนที่ไม่ชอบจริง ๆ อาจจะไม่ชอบหรือน่าเบื่อเกินไป บางคนอาจเผลอหลับไประหว่างดูก็ได้ เพราะมีแต่บทสนทนาทั้งเรื่อง แต่ถ้าลองตั้งใจและตีความคำพูดของแต่ละฝ่ายดูก็จะพบว่ามันมีความน่าสนใจแอบแฝงในแง่ของความน่ากลัวของคนแปลกหน้า ดังคำพูดที่ทุก ๆ คนมักรู้ดีกันอยู่แล้วว่า อย่ารับของจากคนแปลกหน้า อย่าเชื่อใจคนแปลกหน้า 

จบไปแล้วกับการรีวิวหนังเรื่อง Hard Candy สามารถติดตามการรีวิวและดูหนังระทึกขวัญและดูหนังจิตวิทยาสนุก ๆ ได้ที่ moviethai